ตีพระขรรค์ทรงใบหอก พร้อมวิธีการประจุมวลสารที่กั่น

ในฤกษ์วันเพ็ญ หรือขึ้น 15 ค่ำ ของทุกเดือน ชาน่า คราฟต์จะมีการตีมีดมงคลอยู่เป็นประจำ และฤกษ์ 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา พ.ศ.2567 ก็ได้มีการรวบรวมเอามวลสารมงคลอันเป็นความเชื่อ ความศรัทธา และศิลปะแห่งกาลเวลามาหล่อหลอมให้เป็นพระขรรค์ทรงหอก เหตุที่ต้องเรียกเช่นนี้ก็เพราะลักษณะด้ามจะทำให้เป็นทรงพระขรรค์ประกอบเข้ากับใบที่ตีขึ้นเป็นทรงหอกค่ะ 

ใบหอกกับพระขรรค์แตกต่างกันอย่างไร

ทั้งหอกและพระขรรค์จะมีคมทั้ง 2 ด้านเช่นกัน แต่หากเทียบความแตกต่างด้านองค์ประกอบรวมนั้น หอกจะมีด้ามที่ยาวกว่าพระขรรค์ จึงเน้นใช้สำหรับการต่อสู้ในระยะไกล ถ้าเน้นเปรียบเทียบความแตกต่างเฉพาะใบก็ต้องยอมรับว่าทั้งคู่มีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก ทว่าพระขรรค์จะมีชายคอดและที่ไม่เปิดคม ในขณะที่หอกมีคมตลอดใบและจะมีแฉ่งหรือกระบังศาสตราวุธ

อีกหนึ่งความแตกต่างระหว่างหอกกับพระขรรค์คือลักษณะนาม มีความเชื่อว่าพระขรรค์คือเทพศาสตรา ถ้ามีการใช้ในพระราชพิธีจะเรียกลักษณะนามพระขรรค์ ว่า “องค์” หากเป็นพระขรรค์ที่ใช้งานทั่วไปจะเรียกว่า “เล่ม” ค่ะ

มวลสารมงคลที่นำมาตีรวมเป็นใบหอกมีอยู่ 3 ส่วน

ส่วนที่ 1 คือส่วนที่เป็นมวลสารแท่ง นำมาใช้เป็นส่วนกลางใบหอก ซึ่งประกอบด้วยเหล็กแกนพระธาตุ ส่วนขอบก็จะเป็นตระกูลเหล็กสังฆวานร  

ส่วนที่ 2 เป็นตระกูลเหล็กดิบ เป็นเหล็กถลุงจากบ่อเหล็กโบราณ

ส่วนที่ 3 เป็นสินแร่ต่างๆ นำมาตีประกอบกันขึ้น โดยมวลสารที่เป็นผงจะประจุลงบริเวณกั่น เพราะเป็นบริเวณไม่ต้องลับคม ไม่ต้องขัดเจียร และประสานโลหะด้วยบอแรกซ์เช่นเคย

เคล็ดลับการตีใบหอก

ความยากในการตีใบหอกคือต้องตีให้แก้มคมทั้ง 2 ด้านหนาเท่ากัน อีกทั้งเหล็กที่นำมาตีครั้งนี้เป็นมวลสารเก่า จึงไม่สามารถใช้วิธีการตีแบบเหล็กสมัยใหม่ได้

นับจำนวนการลงค้อนเพื่อให้แก้มคมเท่ากันทั้ง 2 ด้าน

โดยปกติพี่ช่างก็จะใช้วิธีการนับจำนวนค้อนที่ทุบลงไป แต่มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นก็คือการท่อง พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณในขณะที่ตีแก้มคมแต่ละด้าน เมื่อท่องครบก็จะได้แก้มคมที่มีขนาดความหนาใกล้เคียงกันไปโดยปริยาย แต่หัวใจสำคัญของการตีแก้มคมด้วยวิธีนี้คือการทำให้ช่างมีสติกับการทำงาน ไม่ฟุ้งซ่าน และสามารถสำรวมจิตใจให้มีสมาธิในการทำมีดมงคลให้สมบูรณ์

ตีเอียงหน้าค้อนป้องกันเหล็กสะดุ้ง

เนื่องจากโลหะชิ้นนี้เป็นเหล็กโบราณหลายชนิดผสมกัน ภายในก็ยังมีมวลสารแร่ต่าง ๆ ในด้านเทคนิคการตีจะไม่สามารถใช้วิธีการตีดันจากด้านข้างเหมือนเหล็กยุคใหม่ เพราะถ้าหากทำเช่นนั้นเหล็กจะสะดุ้ง พี่ช่างจะใช้การตีเอียงหน้าค้อนเล็กน้อยจนกว่าจะได้คมหอกตามที่ต้องการ ซึ่งต้องใช้ทั้งแรงใจและแรงกายพอสมควร ทุกครั้งในการเผากั่นจะมีการตีทบผงสินแร่ ผงมวลสารลงไปด้วยรอบละอย่าง ทำแบบนี้เรื่อย ๆ จนกว่าผงมวลสารที่เตรียมไว้จะครบทั้ง 7 อย่าง

เจียรแต่งทรงใบหอกด้วยใบเจียรแบบบาง

พระขรรค์เล่มนี้ต้องการยกส่วนกลางของใบให้เป็นกลีบมะเฟือง ในการเจียรแต่งทรงพี่ช่างจะใช้ใบเจียรแบบบาง ซึ่งการเจียรลักษณะนี้จะเอียงหน้าใบเจีย 45 องศากับชิ้นงาน เพื่อให้สามารถยกสันกลางใบให้เป็นแบบกลีบมะเฟืองได้ง่าย

ในส่วนที่ต้องการเพิ่มความหนาให้กับส่วนสัน ก็จะเอียง ใบเจียรทำมุมประมาณ 60 องศากับชิ้นงาน หลังจากเจียใบหอกแล้วก็นำมาจุ่มกรดกัดปริ้นท์ แล้วนำไปล้างในน้ำที่ผสมน้ำยาล้างจานและน้ำปูนใสก็จะได้ลายมีดที่สวยไม่ซ้ำใคร

…เด็ดดวงดาวบางดวงจากห้วงหาว

ละลายดาวลงใส่ใบเหล็กกล้า

เก็บหิ่งห้อยทางช้างเผือกคัดเลือกมา

ด้วยศรัทธาเรี่ยวแรงแห่งชาวดิน…

ชุบมีดด้วยน้ำส้มป่อย หัวไพล และว่านเพชรสังฆาต

น้ำชุบมีดในครั้งนี้ใช้ส้มป่อย ไพล และเพชรสังฆาต ซึ่งทางภาคเหนือเชื่อว่าส้มป่อยจะใช้ชะล้างสิ่งไม่ดี ล้างมลทินต่าง ๆ ในขณะที่ทางภาคอีสานเองก็เชื่อว่าไพลจะช่วยขับไล่สิ่งที่ไม่ดีเช่นกัน ด้านเพชรสังฆาตนั้นเชื่อว่าเป็นว่านที่จะช่วยถอดถอนจำพวกว่านด้านคงกระพันชาตรี  

เข้าด้ามแบบพระขรรค์

ฝักจะใช้ไม้พะยูง ส่วนด้ามนั้นจะประกอบไปด้วย แก่นไม้มะขาม ทองเหลืองชุดประกอบพระขรรค์ทั้งหัวและท้าย เลี่ยมงาช้างและไม้งิ้วดำ สาเหตุที่เลือกใช้ไม้แก่นมะขามก็เพราะว่าต้นมะขามนั้นยากนักที่จะมีแก่น และแก่นก็ยังแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แก่นสีน้ำตาลเหลืองหรือแก่นสีส้มที่พบทั่วไป อีกแบบก็คือแก่นสีดำปนแดงมีเส้นลายเข้ม เนื้อแข็งซึ่งหายากและถือเป็นของขลัง ในอดีตยังถูกนำแก่นส่วนนี้มาทำเป็นคมแฝกไล่วิญญาณ ส่วนไม้งิ้วดำเชื่อว่าเป็นไม้ที่มีอิทธิฤทธิ์ในตัว เมื่อนำมาประกอบขึ้นเป็นอาวุธก็จะทำให้อาวุธนั้นมีพลังอำนาจในตัวค่ะ

… มีดสองคมปลายแหลมแต้มแต่งเครื่อง   ใส่ทองเหลืองเงินทองของมีค่า

ก็กลายเป็นพระขรรค์องค์ทรงศาสตรา     เหนือกว่ามีดธรรมดาเหล็กสามัญ

…ปุถุชนเกิดมาใต้ฟ้ากว้าง                    อาจแตกต่างวรรณสีที่ผกผัน

แต่เมื่อคนมียศฐามากกว่ากัน               กลับแบ่งชั้นแบ่งค่าเหนือกว่าคน

                                                                                                     ฉัตรสุมาลย์ ภูแต้มนิล ประพันธ์

บทสรุป การตีพระขรรค์ทรงหอกจากเหล็กเก่าเล่าตำนาน

การนำเก่าเหล็กโบราณมาตีขึ้นรูปใหม่ ยิ่งทำก็ยิ่งรู้สึกหลงไหลในความงามที่มีตำหนิ มีความแตกร้าว เพราะนี่เปรียบเสมือนฝีพู่กันทองของศิลปินที่เสกสร้างงานศิลป์บนโลหะ และทำให้อาวุธเหล่านั้นมีความงามเฉพาะตัว

Picture of ชนาณัฏฐ์ ชเณศวรสิทธิ์

ชนาณัฏฐ์ ชเณศวรสิทธิ์

นักเขียน ผู้บรรยายเสียง ร้อยเรียงเนื้อหาของชาน่าคราฟต์ Chana Craft

Scroll to Top