ตีมีดจากเหล็กมวลสารว่ายากแล้ว แต่เมื่อได้ลองตีมีดจากเหล็กหล่อ ฝังแกน SUP9 และประกบเหล็กสังฆวานรเคลือบผิวอีกชั้น กลับยากยิ่งกว่าเพราะการตีมีดจากมวลสารเหล่านี้ ต้องใช้ระยะเวลาที่แม่นยำ และเคร่งครัดทุกขั้นตอน เมื่อรวมกับข้อจำกัดของเครื่องมือพื้นบ้านจึงเพิ่มความยากแบบทวีคูณ เพราะไม่ค่อยมีการนำเหล็กหล่อมาตีเป็นมีดเท่าไรนัก
ทำไมไม่นิยมตีมีดจาก "เหล็กหล่อ"?
เหล็กหล่อคาร์บอนสูง เมื่อคาร์บอนสูงก็แข็ง ธรรมดาของเหล็กแข็งก็ยิ่งเปราะ ยิ่งมีรูพรุนมาก เกิดรอยร้าวง่าย ไม่ยืดหยุ่นต่อการกระแทกซึ่งต่างจากเหล็กกล้าทั่วไปค่ะ หากนำเหล็กหล่อมาตีมีดก็จะหลุดเป็นแผ่นเป็นชิ้น เชื่อมติดกันยาก แถมใช้เครื่องมือแบบพื้นบ้านในการทำ การควบคุมไฟ การลงค้อน และการพักเหล็กให้พอดีล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การตีมีดจากเหล็กชนิดนี้ “ไม่ง่ายเลย”
เหล็กหล่อมวลสารที่นำมาตีมีดได้มาจากไหน
เหล็กที่หล่อขึ้นจากมวลสารมงคลต่าง ๆ อาทิ แผ่นจารมงคล เหล็กยอดชนวน ตะปูสังฆวานร ยอดปูชนียวัตถุ แท่งเหล็กน้ำพี้ เหล็กจานโบราณ สังฆวานรเนื้อสำริด เป็นต้น โดยนำมาจากวัดโป่งเวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และยังมีมวลสารอื่น ๆ นำมาตีผสมลงไปด้วย โดยจะตีขึ้นมาเป็นมีดทั้งหมดแค่เพียง 9 เล่มเท่านั้น
เทคนิคการตีมีดจากเหล็กหล่อ ทำไม่ยากอย่างที่คิด
ก่อนอื่นต้องอบปรับเกรนเหล็ก ด้วยหลุมไฟแบบบ้าน ๆ เพื่อปรับโครงสร้างผลึกของเหล็กให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากเป็นมีดมงคลต้องใช้ไฟมงคลในการเผา จึงใช้ไม้ฟืนจากมงคล 9 ชนิด คือ กันเกราม, แก่นขาม, พะยูงดำ, ไม้โมก, ไม้มะริด, ไม้จันทน์หอม, ไม้สัก, ไม้งิ้วดำ และไม้ขนุนทอง ส่วนเทคนิคการตีนั้น สามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลยค่ะ
1.เหล็กถูกเผาต่อเนื่องในหลุมไฟ ราว 48 ชั่วโมง เหล็กจะค่อย ๆ เปลี่ยนโครงสร้างจากหยาบและเปราะ เป็นเนื้อที่ละเอียดขึ้น และยืดหยุ่นพอที่จะสามารถนำมาตีขึ้นรูปได้ค่ะ
2.เผาเหล็กชิ้นเหล็กหล่อที่ตัดออกมาในเตาตีมีด เผาครั้งแรกจะยังไม่ตี แต่เผาเพื่อโรยบอแรกซ์ และเผาครั้งที่ 2 เพื่อนวดเหล็กให้แนบกัน
3.การตีเหล็กหล่อจะตีแค่ฝั่งเดียวไม่ได้ค่ะ เพราะเปราะแตกง่ายมากต้องพลิกด้านตีไปเรื่อย ๆ ถ้าขอบด้านใดด้านหนึ่งยื่นออกกว่าปกติก็ต้องรีบตีขอบด้านนั้นเข้ามา มิเช่นนั้นเหล็กจะแตกเอาได้
4.พี่ช่างให้ข้อมูลว่า เหล็กหล่อคายความร้อนไวมาก ต้องรีบตีให้ไว ดังนั้นจึงต้องมีการตี 2 ค้อน โดยพี่ช่างเป็นค้อนหลัก และช่างอีกท่านเป็นค้อนรองตีตามรอยที่พี่ช่างลงค้อนในตอนแรก
5.พอตียืดเหล็กได้ขนาดตามที่ต้องการ ก็จะนำมาตัดแบ่งเป็นอย่างละ 2 ชิ้นเพื่อประกบเข้ากับแกนในซึ่งเป็นเหล็ก SUP9 จากนั้นด้านนอกสุดจะเชื่อมติดด้วยสังฆวานร และในบางเล่มก็สลับชั้นระหว่างสังฆวานรกับเหล็กหล่อเพราะต้องการทดสอบว่าแบบใดจะให้ลายมีดที่สวยกว่ากัน
การผสมผสานระหว่างเหล็กหล่อกับเหล็กโบราณ ทำอย่างไรให้เหล็กประสานกัน?
ชั้นแกนคือ SUP9 ถัดมาประกบด้วยเหล็กหล่อและมีสังฆวานรจึงทำให้เหล็กมีจุดพร้อมประสานที่ต่างกัน ต้องลงค้อนให้ได้แนวระนาบมากที่สุด ตีกลางออกขอบเพื่อป้องกันไม่ให้มีอากาศภายในค่ะ จากนั้นจึงตีแต่งเป็นทรงตามต้องการ โดยชุดนี้ตีเป็นทรงมีดเหน็บความยาวใบมีด 11 นิ้วตามขนบนิยม โดยมีดเหน็บได้ทำคลิปแบบละเอียดเอาไว้แล้วค่ะ สามารถเข้ามาชมได้เลยค่ะ
มีดเหน็บทั้ง 9 เล่ม ที่ถูกตีขึ้นจากเหล็กหล่อ
จากเสาวิหารสู่การสร้างฝักมีดมงคล เพราะฝักมีดทำจากไม้ประดู่ ซึ่งอดีตเคยเป็นเสาวิหารของวัดโป่งเวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ด้ามทำจากไม้แดงฟ้าผ่าซึ่งยังคงหลงเหลือรอยฉีกขาดให้เห็น ส่วนการชุบก็จะใช้ว่านจูงนาง เพชรสังฆาต ว่านเพชรหึงหรือเพชรใหญ่ ว่านมหาเมฆ เชื่อว่าการล้างพิษโลหะควรล้างด้วยว่านเพชรสังฆาตและแก้เคล็ดจากการอาบว่านเพชรอื่น ๆ เมื่อประกอบด้ามฝักแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการลูบใบมีดด้วยกรดกัดปริ้นท์แล้วใบมีดก็จะปรากฏลายที่ต่างกัน และพบว่ามีดที่ใช้สังฆวานรตีทบด้านนอกสุดลวดลายเด่นชัด ส่วนมีดที่ตีทบด้วยเหล็กหล่อด้านนอกลวดลายจะจางกว่า มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตาค่ะ
การพิสูจน์รูปพรรณมีดจากเหล็กหล่อฝังแกนชุดนี้
นี่เป็นการตีมีดผสมเหล็กหล่อครั้งแรกของชาน่าคราฟต์ รูปพรรณภายในส่วนกั่นมีด จะมีการผ่ากั่นและใส่เหล็กลงไป 2 ชนิด คือ SUP9 เป็นแกนแนวตั้ง และเหล็กมวลสารย่อยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถผสมกับเหล็กหล่อได้ก็จะเชื่อมติดกั่นไว้ เมื่อพิสูจน์รูปพรรณด้วยการเจียรผิวแล้วจุ่มกรดกัดปริ้นต์ ก็จะพบว่าเหล็กมี 3 ลาย ซึ่งจะต่างจากการตีมีดสังฆวานรเพียว ๆ เพราะมีการผสมโลหะที่มากกว่านั่นเอง
…เหล็กไม่เคยลองลิ้มสนิมกรด หลงว่าเป็นโอสถรสเลอค่า
สนิมเอ๋ยกัดกลั้วชั่วเวลา แท่งเหล็กกล้าก็กร่อนขาดท่อนไป
… นับประสาอะไรใจมนุษย์ สนิม “โลภ” จะสิ้นสุดตรงจุดไหน
สนิมเหล็กยังพอล้างให้ห่างไกล สนิมใจยากนักจัก “ละวาง”
ฉัตรสุมาลย์ ภูแต้มนิล
ประพันธ์
นักเขียน ผู้บรรยายเสียง ร้อยเรียงเนื้อหาของชาน่าคราฟต์ Chana Craft
